เกษตรแอตลาส Kaset Atlas

กระชาย Fingerroot

Boesenbergia rotunda · วงศ์ Zingiberaceae

ความน่าเชื่อถือสูง

สมุนไพรพื้นบ้านวงศ์ขิง เหง้าสีเหลืองรสเผ็ดร้อน ใช้ในอาหารไทยและตำรายา ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ฤดูฝน พ.ค.-มิ.ย. เก็บเกี่ยว 5-9 เดือน เหมาะปลูกแซมร่มไม้และเสริมรายได้รายย่อย

ความยาก: ปานกลาง
ระยะเวลา: 5-9 เดือน
น้ำ: ปานกลาง
แดด: รำไร
ดิน: ดินร่วน, ดินร่วนปนทราย, ดินร่วนซุยอินทรียวัตถุสูง

เกี่ยวกับกระชาย

กระชาย (Boesenbergia rotunda (L.) Mansf.) เป็นพืชล้มลุกหลายปีในวงศ์ Zingiberaceae วงศ์เดียวกับขิงและข่า มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่รัฐอัสสัมของอินเดีย ภาคใต้ของจีน (มณฑลยูนนาน) จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Royal Botanic Gardens, Kew — Plants of the World Online) ลำต้นเทียมสูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร เหง้าใต้ดินสีเหลืองภายใน ผิวสีน้ำตาลอ่อน เส้นผ่านศูนย์กลางราว 1.5-2 เซนติเมตร แตกออกเป็นนิ้วรอบเหง้าหลักจึงได้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Fingerroot” (ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง คณะเกษตร กำแพงแสน)

การจำแนกความสับสน — กระชายเหลือง vs กระชายดำ: หน้านี้พูดถึง Boesenbergia rotunda เท่านั้น ซึ่งคนไทยเรียก “กระชาย”, “กระชายเหลือง” หรือ “กระชายขาว” (เนื้อในเหง้าสีเหลือง ใช้ปรุงอาหาร) ส่วน “กระชายดำ” เป็นพืชคนละชนิด คือ Kaempferia parviflora คนละสกุลและคนละสรรพคุณ ข้อมูลในหน้านี้ไม่ครอบคลุมกระชายดำ

ในวรรณกรรมเก่าของไทยอาจเรียกชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltr. ซึ่งเป็นชื่อพ้อง (synonym) ของ B. rotunda ที่ใช้กันก่อนหน้านี้ (สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มธ.; Kew POWO ยืนยัน B. rotunda เป็นชื่อปัจจุบันที่รับรอง)


1. ปลูกในไทยได้หรือไม่

ปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคกลางที่มีฐานการผลิตชัดเจน เช่น นครปฐม ราชบุรี ที่ปลูกในเชิงพาณิชย์รายย่อยเป็นรายได้เสริม (สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพังงา รายงานเกษตรกรนครปฐม)

ข้อจำกัดหลัก:

  • พื้นที่น้ำท่วมขัง เช่น ที่ลุ่มภาคกลางในฤดูฝน เพราะเหง้าเน่าง่ายเมื่อดินแฉะนาน — เกษตรกรนครปฐมแก้ปัญหาด้วยการยกร่องสูง
  • ดินที่เป็นกรดจัด (pH ต่ำกว่า 5.5) ต้องปรับด้วยปูนขาวก่อนปลูก
  • อุณหภูมิสูงเกินไป Useful Tropical Plants ระบุช่วงทนได้ 12-35°C ซึ่งสภาพอากาศไทยอยู่ในช่วงนี้

กระชายในไทยปลูกทั้งสำหรับใช้ในครัวเรือน (เครื่องเทศใส่แกง น้ำพริก) และเชิงพาณิชย์รายย่อย โดยเฉพาะหลังกระแสสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันช่วงโควิด-19 ทำให้ตลาดขยายตัว (KUBOTA Agri Solutions)


2. ภูมิอากาศที่เหมาะสม

  • อุณหภูมิ: 18-30°C เหมาะที่สุด ทนได้ในช่วง 12-35°C (Useful Tropical Plants) — ครอบคลุมสภาพอากาศไทยทุกภาคยกเว้นดอยสูงในฤดูหนาว
  • ปริมาณน้ำฝน: 1,200-3,000 มม./ปี เหมาะที่สุด ทนได้ 1,000-5,000 มม. (Useful Tropical Plants)
  • ความชื้น: ชื้นปานกลาง ชอบที่ลุ่มเขตร้อนชุ่มชื้น (Kew POWO ระบุว่าขึ้นในป่าดิบและที่ลาดเชิงเขาร่มชื้น)
  • แสงแดด: ทนทั้งแดดเต็มและแดดรำไร แต่ปลูกใต้ร่มไม้จะให้ใบน้อยลงและเนื้อน้ำมันหอมระเหยเปลี่ยนแปลง (Useful Tropical Plants ระบุว่าปริมาณ cineole ลดลงเร็วในที่ร่ม)
  • ระดับความสูง: สูงจากระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 1,000 เมตร (Useful Tropical Plants)
  • ฤดูปลูกที่เหมาะ: เริ่มต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน (กรมส่งเสริมการเกษตร; OPSMOAC พังงา)

3. ดินและการเตรียมดิน

  • เนื้อดิน: ดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี อินทรียวัตถุสูง (กรมส่งเสริมการเกษตร; Useful Tropical Plants)
  • การระบายน้ำ: สำคัญมาก — เหง้าเน่าง่ายในดินแฉะ
  • ค่า pH: ช่วงที่เหมาะคือ pH 6-7 ทนได้ระหว่าง 5.5-7.5 (Useful Tropical Plants)
  • อินทรียวัตถุ: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองพื้นเพิ่มความอุดมสมบูรณ์
  • การปรับสภาพดิน: ใส่ปูนขาวอัตรา 200-300 กก./ไร่ ในดินที่เป็นกรด เพื่อปรับ pH และลดเชื้อราในดิน (กรมส่งเสริมการเกษตร; KUBOTA Agri Solutions)

ขั้นตอนการเตรียมดิน (กรมส่งเสริมการเกษตร):

  • ไถพลิกหน้าดินให้ลึกอย่างน้อย 25-30 ซม.
  • ตากดินทิ้งไว้เพื่อกำจัดเชื้อโรคและไข่แมลง
  • ยกร่องแปลงปลูกให้สูงอย่างน้อย 50 ซม. ในที่ลุ่ม เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง
  • ในเชิงพาณิชย์ KUBOTA แนะนำยกแปลงกว้าง 80-120 ซม.
  • คลุกปูนขาวและปุ๋ยคอกให้ทั่วก่อนปลูก

4. การให้น้ำ

  • ความต้องการน้ำ: ปานกลาง ต้องการความชื้นสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะ
  • ความถี่: รดน้ำทุก 2-3 วันในฤดูแล้ง โดยเฉพาะหลังเหง้าแตกหน่อ ควรรดในช่วงเย็นเพื่อลดการไหม้ของใบ (กรมส่งเสริมการเกษตร; KUBOTA Agri Solutions)
  • ความทนแล้ง: ทนแล้งได้ในระยะสั้นโดยอาศัยน้ำสะสมในเหง้า แต่ผลผลิตจะลดลง
  • ความเสี่ยงน้ำท่วมขัง: สูง — เหง้าเน่าง่ายมากเมื่อดินแฉะนาน เกษตรกรนครปฐมยืนยันว่ากระชายทนความชื้นได้ดี แต่ไม่ทนน้ำขัง จึงต้องยกร่อง

เคล็ดลับ: คลุมโคนต้นด้วยฟางข้าวหนาประมาณ 2 นิ้ว ช่วยรักษาความชื้นในดินและลดวัชพืช (กรมส่งเสริมการเกษตร)


5. วิธีการปลูก

การขยายพันธุ์: ใช้ท่อนเหง้าเป็นหลัก แยกกอจากต้นแม่หรือซื้อเหง้าพันธุ์ดี (Useful Tropical Plants ระบุว่าขยายพันธุ์ได้ทั้งจากเหง้าและเมล็ด แต่ในไทยใช้เหง้าเป็นมาตรฐาน)

การเตรียมท่อนพันธุ์:

  • คัดเหง้าที่สมบูรณ์ ปราศจากโรค
  • ตัดเป็นท่อน ให้แต่ละท่อนมีตาอย่างน้อย 3-5 ตา (กรมส่งเสริมการเกษตร)
  • เกษตรกรนครปฐมตัดเหง้าให้ติดต้นแล้วเก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 สัปดาห์จนหน่อสีแดงแทงออก ก่อนนำลงปลูก
  • ปริมาณท่อนพันธุ์ประมาณ 400 กก./ไร่ (กรมส่งเสริมการเกษตร)
  • ก่อนปลูกอาจแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำยากันรานานประมาณ 30 นาที (กรมส่งเสริมการเกษตร)

ระยะปลูก:

  • เพื่อผลผลิตสูง: 10×15 ซม. (กรมส่งเสริมการเกษตร)
  • เพื่อเหง้าคุณภาพ/ขนาดใหญ่: 25×15 ซม. (กรมส่งเสริมการเกษตร)
  • เชิงพาณิชย์ทั่วไป: 25-30 ซม. (KUBOTA)
  • สวนครัว: 30×30 ซม. (KUBOTA)
  • เกษตรกรนครปฐม: ใช้ระยะ 20 ซม. บนแปลงยกร่อง

วิธีปลูก: ฝังเหง้าลึกจากผิวดิน 1-2 ซม. ให้ตาหงายขึ้น (กรมส่งเสริมการเกษตร)

ฤดูปลูกที่เหมาะ: พฤษภาคม-มิถุนายน (ต้นฤดูฝน) เป็นช่วงที่กรมส่งเสริมการเกษตร, OPSMOAC พังงา และ KUBOTA แนะนำตรงกัน


6. การดูแลรักษา

  • ปุ๋ยรองพื้น: ปุ๋ยคอกประมาณ 200 กรัม/หลุม ผสมในดินก่อนวางท่อนพันธุ์ (กรมส่งเสริมการเกษตร)
  • ปุ๋ยระยะแตกหน่อ: ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 50 กก./ไร่ (กรมส่งเสริมการเกษตร; KUBOTA)
  • ปุ๋ยระยะที่ 3 เดือน: KUBOTA แนะนำปุ๋ยสูตรสมดุล 30 กก./ไร่ เพิ่มเติม
  • การคลุมดิน: ใช้ฟางข้าวคลุมหนาประมาณ 2 นิ้ว ช่วยเก็บความชื้น ลดวัชพืช และเพิ่มอินทรียวัตถุเมื่อย่อยสลาย (กรมส่งเสริมการเกษตร)
  • การกำจัดวัชพืช: ดายหญ้ารอบโคนต้นเป็นระยะ ระวังไม่ให้สะเทือนเหง้า
  • การพรางแสง: กระชายทนได้ทั้งแดดเต็มและแดดรำไร เกษตรกรไทยนิยมปลูกแซมใต้ร่มไม้หรือร่มไผ่ (KUBOTA)

หลักการเรื่องปุ๋ย: ตัวเลขข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไปจากเอกสารราชการ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ควรตรวจวิเคราะห์ดินและปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เพื่อปรับให้เหมาะกับแปลงของท่าน


7. โรคและแมลงศัตรูพืช

โรคสำคัญ

1. โรคเหง้าเน่า (Rhizome rot) — ปัญหาอันดับหนึ่งของกระชาย เกิดจากเชื้อราในดินเมื่อระบายน้ำไม่ดีหรือดินเป็นกรด

  • อาการ: ใบเหลือง เหี่ยวจากล่างขึ้นบน ต้นล้ม ขุดดูพบเหง้าเน่าสีน้ำตาลดำ
  • ป้องกัน: เลือกแปลงระบายน้ำดี ยกร่องสูง ปรับ pH ด้วยปูนขาว 200-300 กก./ไร่ ก่อนปลูก (กรมส่งเสริมการเกษตร; KUBOTA)
  • การจัดการเหง้าเน่าแบบไม่ใช้สารเคมี: ปลูกพืชหมุนเวียน ใช้เหง้าพันธุ์ปลอดเชื้อ ตากดินก่อนปลูก
  • การจัดการด้วยสารเคมี: ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และฉลากผลิตภัณฑ์

แมลงศัตรู

ศัตรูพืชหลักของกระชายเทียบกับพืชสวนครัวอื่นค่อนข้างน้อย ที่พบบ่อย:

  • เพลี้ยแป้งบนเหง้า — พบในแปลงที่ปลูกซ้ำที่เดิมหลายปี
  • หนอนกัดกินใบ — ระยะต้นกล้าและช่วงใบอ่อน
  • ไส้เดือนฝอย — ในดินที่ปลูกพืชวงศ์ขิงต่อเนื่อง

การจัดการแบบผสมผสาน: ตรวจแปลงสม่ำเสมอ ตัดและทำลายส่วนที่เป็นโรค ใช้ชีวภัณฑ์ (เช่น ไตรโคเดอร์มา) คลุกดิน หมุนเวียนพืช และปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเมื่อพบการระบาดรุนแรง


8. การเก็บเกี่ยว

  • อายุเก็บเกี่ยวแรก: 5-6 เดือนหลังปลูก ได้เหง้าขนาดทั่วไป (กรมส่งเสริมการเกษตร)
  • อายุเก็บเกี่ยวเพื่อสารสำคัญสูงสุด: 8-9 เดือน — กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำช่วงนี้สำหรับวัตถุดิบสมุนไพร เพราะเหง้าสะสมสารออกฤทธิ์ได้เต็มที่
  • อายุเก็บเกี่ยวเชิงพาณิชย์ทั่วไป: 7-8 เดือน (KUBOTA; เกษตรกรนครปฐมเริ่มเก็บที่ 7 เดือน)
  • หน้าต่างเก็บเกี่ยวรายปี: พฤศจิกายน-เมษายน หลังต้นเริ่มเหลืองและยุบลง (OPSMOAC พังงา; KUBOTA)
  • สัญญาณพร้อมเก็บเกี่ยว: ใบและลำต้นเทียมเหลือง เริ่มแห้งและยุบตัวลงสู่พื้น (KUBOTA)
  • วิธีเก็บเกี่ยว: ขุดในวันที่ดินไม่แฉะเกินไป ใช้เสียมหรือจอบขุดอย่างระวังไม่ให้เหง้าช้ำ
  • การจัดการหลังเก็บเกี่ยว: ล้างดินออก ผึ่งให้แห้ง คัดแยกตามขนาด เก็บในที่เย็นและอากาศถ่ายเท
  • คุณภาพวัตถุดิบยา: Useful Tropical Plants ระบุว่าคุณภาพเริ่มลดลงหลัง 5 เดือนในบางบริบท แต่กรมส่งเสริมการเกษตรเน้นว่าสำหรับสารสำคัญในไทย 8-9 เดือนยังเหมาะ — ผู้ปลูกควรเลือกตามตลาดปลายทาง (อาหารสด vs สมุนไพร)

9. ต้นทุนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

ตัวเลขจากกรณีศึกษา: สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพังงา รายงานกรณีคุณทวี เกษตรกร อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ปลูกกระชายพันธุ์รากกล้วย:

  • ต้นทุนการปลูก: 15,000-20,000 บาท/ไร่
  • ผลผลิต: 2-3 ตัน/ไร่
  • ราคาตลาด ณ ช่วงรายงาน: เฉลี่ย 100 บาท/กก.
  • รายได้รวมที่เกษตรกรรายนี้รายงาน: 200,000-300,000 บาท/ไร่

ข้อสำคัญสำหรับมือใหม่: ตัวเลขรายได้ข้างต้นเป็น รายงานของเกษตรกรรายเดียวในบริบทเฉพาะ (นครปฐม, ช่วงโควิด-19 ที่ความต้องการกระชายสูงผิดปกติ) ไม่ใช่รายได้ที่รับประกัน ผลตอบแทนจริงขึ้นอยู่กับ:

  • ราคาตลาดในแต่ละช่วงเวลา (ผันผวนสูง)
  • ขนาดแปลงและประสิทธิภาพการจัดการ
  • พันธุ์ที่ปลูกและคุณภาพดิน
  • ช่องทางจำหน่าย (ตลาดสด vs โรงงานสกัด vs ส่งออก)
  • ต้นทุนแรงงานและปุ๋ยในพื้นที่

ตลาดสมุนไพรไทยเคยพุ่งสูงในช่วงโควิด-19 และลดลงเมื่อกระแสซา ผู้สนใจเริ่มปลูกควรประเมินตลาดในพื้นที่อย่างรอบคอบ

ความเสี่ยงหลัก:

  • โรคเหง้าเน่าทำลายผลผลิตทั้งแปลงได้
  • รอบการผลิตยาว (5-9 เดือน) ทำให้เงินทุนหมุนเวียนช้ากว่าผักอายุสั้น
  • ราคารับซื้อขึ้นกับกระแสตลาดสมุนไพรซึ่งผันผวนตามฤดูและความนิยม

10. หมายเหตุเฉพาะประเทศไทย


11. ความรู้จากต่างประเทศ

สรรพคุณทางเภสัชวิทยา (จากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ):

งานทบทวนวรรณกรรมล่าสุดใน Frontiers in Pharmacology (มีนาคม 2025) สรุปว่ามีการแยกสารจาก B. rotunda ได้ประมาณ 205 ชนิด แบ่งเป็นฟลาโวนอยด์ 83 ชนิด โมโนเทอร์ปีน 43 ชนิด และอัลคาลอยด์ 30 ชนิด สารสำคัญ ได้แก่ panduratin A, pinostrobin และ cardamonin ซึ่งงานวิจัย ในห้องปฏิบัติการ พบฤทธิ์ต้านการอักเสบ (ผ่านวิถี NF-κB) ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ ปอด ฤทธิ์ปกป้องไตและตับ ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียรวมถึง Staphylococcus ดื้อยา และ Candida biofilms

ข้อมูลความปลอดภัย:

  • คณะเภสัชศาสตร์ ม.อุบลราชธานี รายงานว่าในการทดสอบ rat micronucleus assay ไม่พบความเป็นพิษที่ขนาด 600 มก./กก. นาน 30 วัน
  • งานวิจัยในเกาหลีใต้ที่ Frontiers 2025 อ้างถึง รายงานว่าสารสกัด 700 มก./วัน อยู่ในช่วงที่ปลอดภัยในการศึกษาดังกล่าว
  • อย่างไรก็ตาม งาน Frontiers 2025 ระบุชัดว่า “comprehensive safety information และ complete toxicology data ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมก่อนแปลผลทางคลินิก” — กล่าวคือข้อมูลพิษวิทยาระยะยาวในมนุษย์ยังไม่สมบูรณ์

การใช้เป็นสมุนไพรในตำรายาไทย:

  • ตำรายาไทยใช้เหง้าและรากแก้ปวดมวนท้อง ขับลม ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงกำลัง (คณะเภสัชศาสตร์ ม.อุบลราชธานี; สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มธ.)
  • การเตรียมแบบดั้งเดิม: ใช้เหง้าหรือรากสด 5-10 กรัม (แห้ง 3-5 กรัม) ทุบพอแตก ต้มน้ำเดือดดื่ม (ม.ธรรมศาสตร์; ม.อุบลราชธานี)
  • งานวิจัยทางพฤกษเคมีพบว่าเหง้ามีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.08% ประกอบด้วย 1,8-cineole, camphor, boesenbergin A, pinostrobin และ cardamonin (ม.อุบลราชธานี; ม.ธรรมศาสตร์)
  • งานศึกษาคุณภาพ crude drug ใน Journal of Thai Traditional and Alternative Medicine กำหนดมาตรฐาน: ความชื้น 7.83 ± 0.96% (ไม่เกิน 9%), น้ำมันหอมระเหย 2.11 ± 0.43% v/w (ไม่ต่ำกว่า 2%), เถ้ารวม 6.68 ± 0.88% (ไม่เกิน 7%) เพื่อใช้เป็น monograph ในตำรามาตรฐานสมุนไพรไทย

คำเตือนตามกรอบความปลอดภัยของ Kaset Atlas: ข้อมูลข้างต้นเป็นการ อ้างอิงงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและตำราดั้งเดิม ไม่ใช่คำแนะนำการรักษา ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้กระชายในรูปสมุนไพร โดยเฉพาะในรูปแคปซูลหรือสารสกัดเข้มข้น (สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ระบุคำเตือนทำนองนี้)

ส่วนที่อาจไม่ตรงบริบทไทย:

  • ตัวเลขผลผลิต 10-30 ตัน/เฮกตาร์ จาก Useful Tropical Plants (ประมาณ 1.6-4.8 ตัน/ไร่) ใกล้เคียงกับรายงานของเกษตรกรไทย (2-3 ตัน/ไร่) จึงสามารถอ้างอิงได้
  • ข้อมูลอุณหภูมิและฝนของ Useful Tropical Plants เป็นเขตร้อนทั่วไปและสอดคล้องกับไทย ไม่จำเป็นต้องปรับมาก
  • งานวิจัยทางคลินิกที่กล่าวถึงในงานทบทวนสากลส่วนใหญ่เป็นงาน in vitro และในสัตว์ทดลอง การแปลผลสำหรับการใช้ในคนยังต้องการงานวิจัยเพิ่มเติม

12. แหล่งข้อมูล

ส่วนแหล่งที่มาประเภทระดับความเชื่อถือ
การปลูก, ดิน, ปุ๋ย, การเก็บเกี่ยว, โรคเหง้าเน่ากรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีปลูกกระชายกรมส่งเสริมการเกษตร (ไทย)🟢 สูง
เศรษฐศาสตร์รายแปลง, พันธุ์รากกล้วย, ฤดูเก็บเกี่ยวหนุ่มนครปฐม ปลูกกระชายเป็นรายได้เสริม — สนง.เกษตรและสหกรณ์ พังงาสนง.เกษตรและสหกรณ์ (ไทย)🟡 ปานกลาง
สรรพคุณดั้งเดิม, คำเตือนผู้มีโรคประจำตัวก่อนใช้6 ประโยชน์ดีๆ ของกระชาย — สนง.เกษตรและสหกรณ์ ฉะเชิงเทราสนง.เกษตรและสหกรณ์ (ไทย)🟡 ปานกลาง
สัณฐานวิทยา, การจำแนกชนิดกระชาย — ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง คณะเกษตร กำแพงแสนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์🟢 สูง
สารสำคัญ, ความปลอดภัยจาก rat assay, การเตรียมแบบดั้งเดิมกระชาย — ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ ม.อุบลราชธานีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี🟢 สูง
ตำรายาไทยประยุกต์, decoction 5-10g, ชื่อพ้องเดิมกระชาย — สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์🟢 สูง
คุณภาพ crude drug, Thai Herbal PharmacopoeiaPhysico-Chemical Properties of Fingerroot Crude Drug — JTTAMงานตีพิมพ์ peer-reviewed (TCI)🟢 สูง
รูปแบบการใช้ในครัวเรือน, คำเตือนรสเผ็ดร้อนกระชาย: ชะลอความแก่และบำรุงกำลัง — รศ.ดร.สุธาทิพ ภมรประวัติ — มูลนิธิหมอชาวบ้านสื่อสุขภาพ ผู้เขียนผู้เชี่ยวชาญ🟡 ปานกลาง
การจัดการแปลงเชิงพาณิชย์, ปุ๋ยระยะ 3 เดือน, การเก็บเกี่ยว 7-8 เดือนปลูกกระชาย ทางรอดเกษตรกรยุคโควิด-19 — KUBOTA Agri Solutionsสื่อเกษตรอุตสาหกรรม🟡 ปานกลาง
อนุกรมวิธาน, ชื่อพ้อง, ถิ่นกำเนิด, สถานะอนุรักษ์Boesenbergia rotunda — Plants of the World Online (Kew)Royal Botanic Gardens, Kew🟢 สูง
อุณหภูมิ ฝน pH ระยะปลูก ผลผลิตสากลBoesenbergia rotunda — Useful Tropical Plantsฐานข้อมูลพืชเขตร้อน🟡 ปานกลาง
งานทบทวน 2025 สารสำคัญ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ข้อมูลความปลอดภัยTraditional usages, chemical metabolites, pharmacological activities, and pharmacokinetics of Boesenbergia rotunda — Frontiers in Pharmacology 2025งานตีพิมพ์ peer-reviewed🟢 สูง

หมายเหตุ

  • ข้อมูลในหน้านี้รวบรวมจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ
  • เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะแปลง สภาพดินและภูมิอากาศแต่ละพื้นที่อาจต่างกัน
  • ไม่มีการแนะนำสารเคมีหรือปริมาณยาปราบศัตรูพืช — โปรดปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่
  • ข้อมูลเภสัชวิทยาในหน้านี้เป็นการรายงานงานวิจัย ไม่ใช่คำแนะนำการรักษาโรค ผู้สนใจใช้กระชายเป็นสมุนไพรควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
  • หากพบข้อผิดพลาดหรือมีแหล่งข้อมูลที่ดีกว่า สามารถแจ้งได้ผ่าน GitHub Issues

✓ เหมาะสำหรับ

  • • เกษตรกรรายย่อยเสริมรายได้
  • • สวนครัวและปลูกแซมใต้ร่มไม้
  • • พื้นที่ดินร่วนระบายน้ำดี
  • • ผู้สนใจสมุนไพรไทยพื้นบ้าน

✗ ไม่เหมาะสำหรับ

  • • พื้นที่น้ำท่วมขัง ดินแฉะ
  • • ดินกรดจัด pH ต่ำกว่า 5.5 ที่ยังไม่ปรับสภาพ
  • • ผู้ที่ต้องการรายได้ทันทีภายในไม่กี่เดือน